สุดยอดวิธีเลือกหมอนที่ดีต่อสุขภาพ

รู้ไหมว่าหมอนที่คุณใช้หนุนนอนทุกคืน ๆ นั้นสำคัญต่อสุขภาพ การเลือกหมอนที่ไม่ดี นอกจากจะทำให้คุณนอนหลับไม่สบายแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ใหญ่กว่าที่คุณอาจจะคาดคิดถึง เพราะหมอนหนุนที่ไม่มีคุณภาพจะมีผลต่อกระดูกช่วงต้นคอ ทำให้กดทับหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงสมอง จนอาจทำให้เกิดการอุดตันของลิ่มเลือด ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายแรงทางระบบเส้นประสาทอย่างอัมพฤกษ์และอัมพาตได้ด้วย

การสังเกตหมอนที่ดีว่ามีลักษณะอย่างไร เริ่มต้นจากต้องลองว่านอนสบายไม่เมื่อยต้นคอ รองรับช่วงต้นคอคุณได้พอดิบพอดี นอนแล้วเป็นแนวตรงเดียวกับลำตัว ไม่ทำให้คอแหงน หรือพับไป นี่คือส่วนของรูปทรงที่เหมาะสมของหมอนคุณภาพดี ส่วนวัสดุของหมอนคุณภาพดีนั้นอาจจะเป็นอะไรก็ได้ต่อไปนี้ที่เป็นที่ชื่นชอบของแต่ละคนต่างกันไป ตัวอย่างเช่น

  • หมอนใยสังเคราะห์ มีความยืดหยุ่นดี โค้งมนรับรูปศีรษะ ปรับคืนสภาพเดิมหลังจากหนุนได้ดี  ความนุ่มแน่นสามารถเลือกได้ตามความพอใจ การระบายอากาศก็ดี แต่อาจจะเก่าและเสื่อมสภาพไว ต้องคอยเปลี่ยนเสมอ ๆ
  • หมอนโฟมลาเทกซ์ เหมาะสำหรับคนที่ชอบหมอนแน่น ๆ อายุใช้งานยาวนาน แต่ไม่เหมาะกับอากาศร้อน ๆ และต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับรูปร่างของคนใช้จริง ๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ปวดต้นคอ
  • หมอนยางพารา เลือกได้ทั้งแบบนุ่มและแบบแข็ง ทนทาน แต่อาจจะไม่เหมาะกับอากาศร้อน
  • หมอนขนเป็ด ขนห่าน มีลักษณะนุ่มฟู และหรูหรา ทำความสะอาดยากเพราะเอาไปซักตามปกติไม่ได้
  • หมอนนุ่น ปรับตามรูปทรงศีรษะผู้ใช้ได้ดี ราคาเหมาะสม แต่ทำความสะอาดยาก และต้องระวังละอองนุ่นหลุดออกมาทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้

 

แล้วหมอนสุขภาพคืออะไร? จำเป็นหรือไม่?

เราคงเคยได้เห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับหมอนสุขภาพกันบ้าง แต่มันคืออะไรกันแน่? หมอนสุขภาพก็คือหมอนทั่วไปที่ทำจากวัสดุอย่างโฟมลาเท็กซ์ หรือยาง แต่แตกต่างตรงที่รูปทรงที่ผลิตออกมาให้รับสรีระกระดูกช่วงคอให้ไม่ยกสูง หรือห้อยต่ำ ทำให้การนอนเป็นระนาบเดียวกันทั้งร่างกาย ซึ่งเป็นท่านอนที่เหมาะสม แต่หมอนแบบนี้เหมาะกับคนที่นอนหงายเป็นนิสัย สำหรับคนที่ชอบนอนตะแคง หมอนทรงนี้คงไม่เหมาะ เพราะทำให้เมื่อยคอได้ หมอนสุขภาพอีกประเภทคือหมอนที่ทำจากเปลือกไม้หรือเมล็ดพืชที่รองรับสรีระของผู้หนุนแต่ละคนได้ดีเหมือนกัน ช่วยให้นอนหลับสบาย แต่ราคาค่อนข้างสูง และต้องเก็บรักษาให้ดี ห่างไกลจากความชื้นและมดแมลงรบกวน

 

 

 

มารู้จักลำดับขั้นของไม้สักกันเถอะ

ใคร ๆ ก็รู้จักไม้สักในฐานะที่เป็นไม้เนื้อดีสีสวยเหมาะกับเอามาทำเครื่องเรือนต่าง ๆ ในบ้าน และก็เป็นที่รู้กันอีกเช่นกันว่าไม้สักนั้นเป็นไม้ที่มีราคาสูง ซึ่งการตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักนั้น นับเป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณไม่น้อย แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า ไม้สักเอง ก็มีเกรดไฮโซ โลโซกับเขาเหมือนกัน ซึ่งเกรดที่ต่างกันนี่เองจะเป็นตัวช่วยให้คุณได้ประตูไม้สักสวย ๆ สักบานไว้ครองในราคาที่กระเป๋าไม่ฉีกมากจนเกินไป

เกรดของไม้สัก แบ่งออกด้วยการเติบโตของต้นสัก ความชื้น ความแข็งแรงของเนื้อไม้ และที่มาของต้นสัก ทำให้ราคาของเฟอร์นิเจอร์ไม้สักแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ดูด้วยตาเปล่าแล้วเป็นสินค้าแบบเดียวกันทุกอย่าง ดังนั้น เพื่อรู้เท่าทันพ่อค้าแม่ค้า และเพื่อเป็นเคล็ดลับในการประหยัดเงินในการเลือกซื้อชิ้นงานไม้สัก ลองศึกษาเรื่องเกรดของไม้สักไว้สักหน่อยก็ไม่เสียหาย

·        เกรด A เป็นเกรดที่ไฮโซที่สุด และมีราคาแพงที่สุด ไม้สักแบบนี้เรียกว่าไม้เรือนเก่า ได้มาจากรื้อถอนบ้านไม้เก่า ไม้สักแบบนี้ราคาแพงมาก เพราะเนื้อไม้แห้งสนิท มีความชื้นน้อย สีสวย ไม่หดตัวมาก สีที่ว่าสวยนี้คือสีน้ำตาลทองแก่ ต้องตามลักษณะไม้สักชั้นดี ไม้เกรดนี้จึงมีราคาแพงเอาการ แต่ก็เป็นการลงทุนที่ดี เพราะแข็งแรง ทนทาน ไร้แมลงกินไม้อย่างมอดหรือปลวก

·        เกรดรองลงมา หรือเกรด B คือเกรด ออป. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นไม้สักที่ได้จากต้นสักที่ปลูกในสวนป่าบนภูเขา คุณภาพของเนื้อไม้ดีพอใช้ได้ เนื้อไม้แน่น มีแก่นมาก สีเข้มสวย ข้อดีอีกอย่างคือหาซื้อได้ง่าย ทำให้ราคาไม่สูงมากนัก พอที่จะหาซื้อได้ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงมากเกินไป

·        เกรด C เกรดนี้เรียกว่าไม้นส. หมายถึงไม้สักที่ชาวบ้านที่มีหนังสือแสดงสิทธิทำกิน (นส. 3) ปลูกกันเอง ดูแลกันเองตามมีตามเกิด ราคาก็ต่างกันไปตามการบำรุงรักษาประสาชาวบ้าน สีไม้ไม่ค่อยเข้มนัก ออกจะเป็นสีเหลือง ไม่ค่อยมีแก่นไม้ มีการหดตัวบ้างแต่ก็ยังถือว่าคุณภาพดีกว่าไม้อื่น ๆ

ถึงไม้สักจะมีชนชั้นวรรณะและราคาที่ต่างกันมากพอสมควร แต่เฟอร์นิเจอร์และประตูที่ทำจากไม้สักก็ยังโดดเด่นเรื่องคุณภาพ ความสวยงาม การดูแลรักษาที่ไม่ยุ่งยาก ตลอดจนอายุการใช้งานที่ทนทานนานปี ไม่หด ไม่งอง่าย ๆ เหมือนไม้อื่น ๆ หากคุณคิดจะลงทุนกับงานไม้สำหรับบ้าน ที่ทำงาน หรืออื่น ๆ ลองเลือกไม้สักคุณภาพดีในวงเงินของคุณ ขึ้นชื่อว่าไม้สักแล้ว อย่างไรก็ทนทานใช้งานคุ้มค่าแน่นอน

 

มารู้จักพัทยาที่มากกว่าแค่วอล์คกิ้งสตรีท

เมื่อคิดถึงพัทยา หลาย ๆ คนอาจร้องยี้ เพราะภาพแรกที่นึกถึงก็คือบาร์ที่เต็มไปด้วยสาวขายบริการกับนักท่องเที่ยวฝรั่งแก่บ้างหนุ่มบ้าง เป็นภาพไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่และรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยที่จะไปเที่ยวแถวนั้น โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก ๆ ด้วยแล้ว เวลามีเวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ หลายครอบครัวเลยเลือกที่จะพาบุตรหลานไปเที่ยวที่อื่น ๆ มากกว่า แต่เดี๋ยวนี้ พัทยาไม่ได้มีแค่วอล์คกิ้งสตรีท พัทยายังมีอีกหลายโซนและมีสถานที่ท่องเที่ยวไว้รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวอีกมากมาย

ถ้าคุณได้มารู้จักและทำความคุ้นเคยกับพัทยาจริง ๆ แล้วล่ะก็ คุณอาจจะติดอกติดใจไม่น้อย เพราะพัทยามีแทบทุกอย่างที่กรุงเทพฯ มี และมีมากกว่าด้วย ไม่ว่า จะกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง ก็สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องถนน และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร และร้านค้าให้ช็อปครบครัน คนกรุงเทพฯหลายคนก็แอบหลงรักที่นี่ เห็นได้จากคอนโด พัทยาที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ที่ผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยเป็นคนไทยที่ต้องการหาที่พักไว้สำหรับเวลาที่ตัวเองและครอบครัวแวะเวียนไปเที่ยวยามว่าง เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่ใกล้กรุงเทพฯแค่อึดใจ มีทั้งความเป็นเมืองที่ไม่เงียบเหงา และมีความเป็นเมืองชายทะเลที่สดใสด้วยแสงแดด และชายหาด ที่บางหาดนั้นดูไม่ได้ด้อยไปกว่าหาดใกล้เมืองอื่นๆเลย มาลองดูกันว่า พัทยามีอะไรน่าเที่ยวบ้าง

สำหรับผู้สนใจในศิลปวัฒนธรรม ลองไปเที่ยวที่ ไทธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมและศิลปะ ที่นี่คุณจะได้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ของท้องถิ่นสี่ภาค ทั้งการแต่งกาย การออกแบบบ้านช่อง กิจกรรมการละเล่นต่าง ๆ ที่หาดูยาก รวมทั้งอิ่มอร่อยกับอาหารรสเด็ดจากภาคต่าง ๆ ของไทยอีกด้วย

สำหรับสาว ๆ หรือคู่รักที่ชอบการถ่ายรูป สถานที่ที่ห้ามพลาดก็คือ มิโมซ่า พัทยา และ พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี เพราะที่มิโมซ่า คุณจะต้องกรี๊ดกับมุมสวย ๆ แสนโรแมนติกของสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส แถมยังมีหงส์ขาวแสนสวยเดินไปเดินมาเพิ่มดีกรีความโรแมนติกให้กับที่นี่ได้อีก ส่วนที่พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมี แน่นอนว่าคุณจะต้องยอมแพ้ให้กับความน่ารักของตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเริ่มที่น่ากอดสุด ๆ ถ่ายรูปกันจนเมมโมรี่เต็มก็คราวนี้

เด็ก ๆ ทั้งหลายต้องถูกอกถูกใจกับสวนน้ำขนาดใหญ่ทั้งสองแห่งของพัทยา ทั้งสวนน้ำรามายณะ และสวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ชอบแนวไหน จัดไปเลย หรือจะไปทั้งสองที่ก็ได้ เพราะเครื่องเล่นและสไลเดอร์ตัวเด่นก็ให้ความสนุกที่ต่างกันไป

ยังไม่หมดแค่นี้ ครอบครัวที่รักการพาเด็ก ๆ ออกไปสัมผัสกับธรรมชาติต้องถูกใจกับ ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ฟาร์มแกะพัทยา และ วันเดอร์ฟาร์ม ที่มีธรรมชาติและสัตว์น่ารัก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้เห็นและทำความรู้จักกันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการเรียนรู้นอกตำรากันได้เลย เล่าเพียงแค่นี้ก่อน ยังมีที่เที่ยวอีกมากในพัทยาที่คุณต้องไปสัมผัส แล้วจะรู้ว่าพัทยาน่าสนุกกว่าที่คิด

เคล็ดลับทำความสะอาดอุปกรณ์ครัว

ห้องครัวเป็นพื้นที่ที่ต้องมีการรักษาความสะอาดอยู่อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใช้ทำอาหารสำครับครอบครัวหรืองานสังสรรค์ต่าง ๆ  ดังนั้นเมื่อทำอาหารเสร็จ คราบสกปรกต่างๆ ที่เกิดจากการทำอาหารก็อาจตกค้างเหลืออยู่ได้ ซึ่งบางคราบก็สกปรกมากและทำความสะอาดได้ยาก วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวดีๆมาฝาก

  • กำจัดคราบเขม่าควันบนผนังครัว

เวลาที่ผนังครัวขึ้นคราบเป็นรอยดำๆทำให้ไม่น่าดูเอาเสียเลย ลองใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำธรรมดาเพื่อเช็ดกำจัดฝุ่นก่อน หลังจากนั้นผสมน้ำยาซักผ้าขาวประมาณ 2 ถ้วย กับน้ำร้อน 1 ถัง และน้ำสบู่ประมาณ 6 ถ้วย ผสมให้เข้ากันแล้วใช้ผ้าชุบน้ำยาที่ผสมแล้วเช็ดผนังห้องครัวที่เลอะคราบเขม่า คราบสกปรกก็จะค่อยๆหลุดออกไป ในอนาคตอาจลองพิจารณาเลือกใช้ที่ดูดควันที่มีประสิทธิภาพมาก อาจลดคราบเขม่าควันบนผนังครัวลงไปได้บ้าง

  • กำจัดคราบน้ำมันบนผนัง

เวลาที่ทอดปลาหรือทำอาหารประเภททอดอะไรซักอย่างเราคงไปสามารถห้ามน้ำมันไม่ให้กระเด็นออกมาได้ หากเกิดคราบน้ำมันขึ้นบนผนังของห้องครัวแล้ว ลองใช้วิธีการกำจัดคราบและทำความสะอาดคราบน้ำมันบนผนังตามนี้ คือ ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำร้อนและน้ำยาล้างจานเล็กน้อย หลังจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำยาบิดพอหมาดๆ เช็ดบริวณที่เลอะคราบน้ำมันให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วเช็ดอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้น ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดตามอีกครั้ง ผนังห้องครัวก็จะกลับมาสะอาดดังเดิม

การกำจัดคราบน้ำมันที่ติดบนเตาแก๊สมานานอาจจะทำความสะอาดออกยากเสียหน่อย ลองใช้น้ำซาวข้าวที่ซาวจนข้นเช็ดบนเตาแก๊ส แล้วรอให้น้ำข้าวแห้งจับตัวเป็นแผ่นแล้วลอกออก คราบน้ำมันก็จะติดมากับแผ่นน้ำข้าวแห้ง อย่างไรก็ตาม คราบน้ำมันบนเตาแก๊สหากทำความสะอาดทันทีจะสามารถเช็ดออกอย่างง่ายดายได้ด้วยน้ำยาล้างจาน ดังนั้นคุณควรทำความสะอาดพื้นที่เตาทุกครั้งหลังการทำอาหาร

  • กำจัดคราบสกปรกบนเขียง

หลังจากทำอาหารเสร็จแล้ว การทำความสะอาดเขียงโดยต้องการที่จะกำจัดคราบที่ติดบนเขียงให้ได้มากที่สุด ให้เริ่มจากการทำความสะอาดเศษอาหารก่อน โดยการนำเขียงไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นใช้น้ำอุ่นค่อยๆราดลงบนเขียง ผึ่งลมให้แห้งหรือตากแดดไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง เขียงก็จะสะอาดน่าใช้เหมือนเดิม อีกวิธีที่สามารถใช้กำจัดคราบสกปรกบนเขียงได้ก็คือ หลังจากกำจัดเศษอาหารที่ติดบนเขียงแล้ว ให้โรยเกลือไว้ให้ทั่วเขียง ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด เพียงเท่านี้ เขียงของคุณก็จะกลับมาสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรคได้ดังเดิม